|
|
 |
« เมื่อ: กันยายน 03, 2011, 03:39:40 pm » |
|
ปุ๋ย-ธาตุอาหารกล้วยไม้ มีทั้งหมด ๑๗ ธาตุแบ่งเป็น ๔ กลุ่ม ดังนี้
๑. จากธรรมชาติ น้ำและอากาศ คาร์บอน (C) ไฮโดรเจน(H) ออกซิเจน(O) ๒. ธาตุอาหารหลัก(Macronutrients) ไนโตรเจน(N) ฟอสฟอรัส(P) โพแทสเซียม(K) ๓. ธาตุอาหารรอง(Secondary nutrients) แคลเซียม(Ca) แมกนีเซียม(Mg) กำมะถัน(S) ๔. จุลธาตุ(Micronutrients or trace elements) สังกะสี(Zn) เหล็ก(Fe) แมงกานีส(Mn) โบรอน(B) ทองแดง(Cu) คลอรีน(Cl) โมลิบดินัม(Mo) นิคเกิ้ล(Ni) ไนโตรเจน (N) พืชใช้ในการเจริญเติบโตทางกื่ง ก้าน ใบ (vegetative growth) ในกล้วยไม้ต้องการดอกใหญ่ ช่อยาวก็ต้องใช้เช่นกัน เน้นใช้ยูเรีย(CO(NH2)2)เมื่อต้องการเร่งแรงๆ แอมโมเนียม(NH4+)ใช้ในช่วงการติดดอกออกผล ไนเตรต(NO3-)ใช้สำหรับคุณภาพก่อนเก็บเกี่ยว
ฟอสฟอรัส (P) เน้นให้พืชในระยะแรกเพื่อเพิ่มการเจริญของระบบราก (plant starter) พืชจะตั้งตัวได้เร็ว ระบบรากที่ดีก็จะช่วยหาอาหารได้มากขึ้น ในช่วงทำดอกเราใช้ฟอสฟอรัสสูงๆเพื่อกดไนโตรเจน ซึ่งเป็นวิธีปกติที่พวกเราชอบใช้ เพราะในช่วงเร่งการเจริญเติบโตเรามักจะชอบเหยียบ ๑๘๐ พอจะหยุดก็เลยต้องเบรคแรงๆหน่อย ใช้ปุ๋ยฟอสฟอรัสสูงๆที่มีราคาแพงกว่าตัวอื่น
โพแทสเซียม (K) เปรียบเหมือนเป็นพ่อบ้านใหญ่ เพราะเป็นตัวควบคุมระบบต่างๆในต้น ในกล้วยไม้เราเน้นไปที่ความหนา ความมีเนื้อของดอกและใบ
ถ้าเป็นละคร NPK ก็เป็นเหมือนตัวพ่อตัวแม่
ธาตุอาหารรองและจุลธาตุ แคลเซียม (Ca)ตัวพระเอก แมกนีเซียม (Mg)ตัวพระรอง โบรอน (B)ตัวนางเอก จุลธาตุที่เหลือก็เป็นผู้ช่วยพระเอกนางเอก ขาดไม่ได้เดี๋ยวละครไม่สนุก
แคลเซียม (Ca) ช่วยเรื่องโครงสร้าง พืชจะแข็งแรงแค่ไหนก็ดูจากตัวนี้ เปรียบเหมือนเราสร้างรั้วล้อมบ้านตรงไหนอ่อนปูนตรงนั้นก็เป็นจุดอ่อน แต่พืชเจริญเติบโตทุกด้านตลอดเวลา การให้จึงเน้นให้น้อยๆแต่บ่อยๆครั้ง โครงสร้างที่แข็งแรงไม่มีจุดอ่อน ก็จะทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมได้ดี ทนร้อนทนแล้ง ทนฝนทนหนาว ดอกไม่ร่วงไม่ฝ่อ อื่นๆอีกมากมาย
แมกนีเซียม (Mg) เป็นแกนกลางของคลอโรฟิลล์ ส่วนที่เป็นสีเขียวเป็นตัวจับพลังงานเพื่อปรุงอาหารเปลี่ยนน้ำและอากาศให้เป็นแป้งและน้ำตาล แต่การสร้างคลอโรฟิลล์ต้องมีผู้ช่วยพระเอกนางเอกเป็นตัวเร่งขาดไม่ได้(คลอโรฟิลล์ ๑ โมเลกุล มีแมกนีเซียม ๑ อะตอม เป็นแกนกลาง ไนโตรเจน ๔ อะตอมและCHO อีกหลายสิบอะตอม แต่การสังเคราะห์ต้องใช้เหล็กเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา)
โบรอน (B) ทำงานคู่กับพระเอก เน้นในเรื่องการติดดอก ออกผล ฝักจะติดดีมีเมล็ดเต็มสมบูรณ์ เมล็ดงอกดีไม่มีฝ่อ คุณภาพหลังเก็บเกี่ยวดี ผู้ช่วยพระเอกนางเอก กำมะถัน สังกะสี เหล็ก แมงกานีส ทองแดง คลอรีน เน้นในเรื่องสีสันสดใส รสชาติดี มีความสมบูรณ์
เฉพาะโมลิบดีนัม(Mo)และนิคเกิล(Ni)ที่พวกเรานิยมใช้ในช่วงหลัง เนื่องจากเราเร่งไม้ด้วยไนโตรเจนมากๆ ๒ตัวนี้จะไปช่วยให้พืชใช้ไนโตรเจนได้ดีขึ้น(โมลิบดินัม กระตุ้นเอนไซม์ไนเตรตรีดักเตส นิคเกิล กระตุ้นเอนไซม์ยูรีเอส) มีข้อน่าเป็นห่วงที่พืชต้องการน้อยมากๆ แต่ในผลิตภัณฑ์ที่มีวางขายในปัจจุบันทุกคนจะบอกว่ามีและมี%สูงๆ กลัวว่าถ้าใช้ต่อเนื่องจะเกิดเป็นพิษ(phytotoxic)และไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ขอให้ระวัง
ปุ๋ยที่เราฉีดพ่นให้กับกล้วยไม้เรียกว่า ปุ๋ยเกล็ด(foliar fertilizer) มาตรฐานโดยทั่วไปปุ๋ยกลุ่มนี้จะละลายได้ประมาณ ๔๐๐ กรัม/น้ำ ๑ ลิตร ที่ ๒๐ องศาเซลเซียส เราแบ่งออกเป็น
สูตรเอนกประสงค์ (all purpose) 20-20-20 สูตรไนโตรเจนสูง (high N) 30-10-10, 28-14-14, 30-20-10 สูตรฟอสฟอรัสสูง (high P) 10-52-17, 13-40-13, 15-30-15, 6-32-32 สูตรโพแทสเซียมสูง (high K) 10-20-30, 16-8-32, 16-21-27, 15-15-30
การให้ปุ๋ยกับกล้วยไม้
ระยะออกขวด-ต้นกล้า ปกติเราจะผึ่งไม้ไว้ประมาณ ๑ อาทิตย์ ดูแลรดน้ำสม่ำเสมอ เป็นการเตรียมต้น จากนั้นจะให้ 10-52-17(plant starter) ๑-๒ ครั้ง เพื่อกระตุ้นรากที่มีอยู่ให้เจริญอย่างรวดเร็ว
ระยะเจริญเติบโต ให้ 20-20-20(all purpose) สลับ 16-8-32(finish crop) ถ้าเราต้องการเร่งไม้ให้โตเร็วๆ แนะนำให้เพิ่มปุ๋ยยูเรีย(46-0-0) เข้าไป ๑๐-๕๐ % (๑๐% เหมือนใช้เกียร์ ๑ ๕๐% เหมือนใช้เกียร์ ๕) แต่ต้องระวังเรื่องต้นอวบเกินไปอาจจะเน่าได้ง่าย ถ้าสามารถหา แคลเซียมไนเตรต(15-0-0+Ca19%)และแมกนีเซียมไนเตรต(11-0-0+Mg10%) มาเพิ่มเติมสลับใช้แทนยูเรียก็จะเป็นการดี เพราะแคลเซียมจะช่วยให้โครงสร้างของต้นสมบูรณ์แข็งแรง เปรียบเหมือนเราสร้างรั้วแก่ปูน รั้วก็จะแข็งแรงกว่า ส่วนแมกนีเซียมจะช่วยเพิ่มสีเขียวของใบ ช่วยให้ใบจับพลังงานแสงได้มากก็จะสร้างอาหารมาเลี้ยงต้นได้ดีกว่า
ระยะออกดอก-ติดฝัก ให้10-52-17 สลับ 6-32-32(high PK) เพื่อลดการเจริญทางใบ ช่วยให้กล้วยไม้เปลี่ยนไปออกดอก ในช่วงนี้เน้นเพิ่ม โบรอน เพราะแคลเซียม+โบรอน ช่วยส่งเสริมการผสมเกสรแบบที่เรียกว่าเกสรแข็งแรงรังไข่สมบูรณ์ กล้วยไม้จะผสมติดดี มีเมล็ดมาก เมล็ดสมบูรณ์ความงอกสูง วงจรปุ๋ยที่แนะนำให้ใช้กับกล้วยไม้หวายตัดดอก (ปรับสูตรบ้างตามสภาพดินฟ้าอากาศ) 20-20-20 ๑-๒ ครั้ง 16-8-32 ๑-๒ ครั้ง 10-52-17 ๑-๒ ครั้ง 6-32-32 ๑-๒ ครั้ง สลับกันกลับไปกลับมา
ทุกครั้งที่ฉีดพ่นปุ๋ยจะแนะนำให้ใช้ธาตุอาหารรองและจุลธาตุไปพร้อมกัน ลองปฏิบัติดู ข้อมูลที่ให้คงเป็นแนวทางทุกคนต้องไปปรับใช้กับไม้ของตัวเอง พันธุ์ น้ำ แสง สภาพแวดล้อม กับความใส่ใจ คงจะช่วยให้พวกเราทุกคนประสบความสำเร็จในเร็ววัน
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 04, 2012, 01:38:56 pm โดย surachais »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 29, 2012, 10:12:17 am » |
|
แวะเข้าไปเยี่ยมชมหลายๆเวปบอร์ด สิ่งที่สังเกตพบคือการผสมเกสร เพื่อพัฒนาหาสายพันธุ์ใหม่ๆ แต่มักจะพบว่าการออกดอกไม่ดี ออกดอกแล้วดอกร่วง ดอกผสมแล้วไม่ค่อยติด ติดแล้วดอกหรือฝักไม่พัฒนาหรือร่วง ติดฝักแล้วมีเมล็ดน้อย เมล็ดไม่สมบูรณ์ เพาะไม่งอกหรือเปอร์เซนต์งอกต่ำ
สามสิบปีที่ทำเรื่องปุ๋ย โดยเริ่มจากเน้นในด้านการเพิ่มผลผลิตเป็นหลัก แต่จากเวลาที่ผ่านจากผลของการใช้ในพืชหลากหลายชนิด เก็บรวบรวมเป็นข้อมูลและข้อสรุปที่เรานำมาใช้ประโยชน์ แนะนำและปรับวิธีการใช้เพื่อจุดประสงค์ต่างๆกัน ตัวผลิตภัณท์มี ๒ ตัวหลักๆและยืนยงมาจนถึงทุกวันนี้ และเป็นสูตรที่มีการผลิตเลียนแบบมากที่สุด ราคาและอัตราการใช้ประหยัดและให้ผลตอบแทนกลับคืนมายิ่งกว่าคุ้ม ภายใต้คำขวัญ "คุณภาพเพิ่ม ผลผลิตเพิ่ม"
ตัวแรกเป็น ธาตุอาหารรองและจุลธาตุ รวม ๕ ตัว แมกนีเซียม 1% สังกะสี 3% เหล็ก 1% แมงกานีส 1% กำมะถัน 4% ในคีเลทธรรมชาติกรดฟีโนลิค ซึ่งได้จากการย่อยสลายสารลิกนินแล้วทำปฏิกิริยากับเกลือซัลเฟตของโลหะต่างๆ มีคุณสมบัติพิเศษช่วยปรับความเป็นด่างของน้ำที่ใช้ให้เป็นกรดอ่อน ทำให้ปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืชที่ผสมใช้ไปพร้อมกัน คงสภาพ ประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์กับพืชเต็มร้อย
ตัวที่สองเป็นธาตุอาหารรองและจุลธาตุที่ผมยกให้เป็นพระเอกและนางเอก แคลเซียม 6% โบรอน 2% ในกากน้ำตาล (โมลาสที่เรารู้จักกันนั่นเองหรือมีซูโคลส 10%โดยประมาณ)
ในช่วงแรกๆเรานำเข้ามาขายในพืชผัก นาข้าว และขยายเข้าไปในพืชสวน จนครอบคลุมไปในทุกๆพืช ทุกๆพืชที่เข้าไปแนะนำให้ใช้ ได้ผลตอบรับอย่างดีและการยอมรับอย่างกว้างขวาง
พืชผัก การเจริญเติบโตดี ทนทานต่อฝน ทนทานต่อแล้ง ผลผลิตเพิ่ม ๒๐ - ๓๕ % อายุหลังเก็บเกี่ยวนานกว่า รสชาติคุณภาพในการบริโภคดีกว่า
นาข้าว ลดการหักล้ม เพิ่มการแตกกอ เพิ่มผลผลิต ๒๕ -๓๐ % (ปริมาณรวงเท่าเดิม แต่เมล็ดลีบเมล็ดฝ่อน้อยลง ขนาดและน้ำหนักเมล็ดเพิ่ม)
พืชสวน เน้นความสมบูรณ์ การออกดอกสม่ำเสมอ ออกดอกดก ติดผลดี ผลผลิตมีคุณภาพ ร่วงฝ่อน้อย คุณภาพหลังเก็บเกี่ยวอยู่ได้นานโดยรสชาติไม่เปลี่ยนแปลง
เป็นตัวอย่างที่ยกให้เห็นถึงประโยชน์ ผลที่เราได้รับในการใช้ธาตุอาหารรองและจุลธาตุ ซึ่งคำแนะนำในการใช้ที่เป็นหลักก็คือ ใช้ครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยๆครั้ง จากคุณสมบัติของแคลเซียม และ โบรอน ที่ช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน เป็นปุ๋ยที่พืชทุกชนิดมีความต้องการในทุกช่วงการเจริญเติบโต โดยเฉพาะในช่วงการออกดอก ติดผล สร้างเมล็ด ยิ่งมีความต้องการ มีความจำเป็นขาดไม่ได้ โบรอนจะช่วยการพัฒนาของเกสรตัวผู้ เมือกเหนียวๆบนหน้าเกสรตัวเมีย ที่ๆซึ่งเกสรตัวผู้จะไปตกและแคลเซียมจะเป็นตัวช่วยในการสร้างท่อนำเกสร(pollen tube)ให้แทงเข้าไปถึงรังไข่ ช่วยให้การปฏิสนธิสมบรูณ์ การพัฒนาของเมล็ดก็ดี มีเมล็ดเต็ม ความงอกสูง เมล็ดเก็บได้นานความงอกลดลงน้อย
ในพืชผัก ในพื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ผักบุ้ง เราได้เมล็ดพันธุ์ที่ใหญ่ มีความสมบูรณ์ ความงอกสูง เมล็ดเก็บได้นาน ..............ในพืนที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองฝักสด (อีดามาเมะ) เราได้ฝักที่มี ๓ -๔ เมล็ดเป็นส่วนใหญ่ ผลผลิตเพิ่ม เช่นเดียวกับแปลงผลิตถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ล้วนได้ผลไม่แตกต่างกัน
ในพืชสวน ขอยกตัวอย่างที่เห็นอย่างชัดเจนในการติดเมล็ด การลดการร่วงของช่อดอก ลดการแตกของผล ส้มโชกุน จ.ยะลา ในยุคแรกๆรสชาติของส้มเป็นที่ยอมรับว่าหวานแหลม อร่อยยิ่งนัก จุดเด่นก็คือส้ม ๑ ผลมี ๘ กลีบ แต่จะมีเมล็ด ๒ เมล็ดเพียงกลีบเดียว ความต้องการของตลาดมีเพิ่มอย่างรวดเร็ว การติดผลแบบให้ต้นแบกลูกให้มากที่สุดก็เกิดขึ้น ผิดจากธรรมชาติเดิมๆ ทำให้เกิดปัญหาทั้งเรื่องดอกร่วง(หักคอม้า) ผลร่วง ผลแตกเมื่อมีสภาพอากาศแปรปรวน เราได้แนะนำให้ใช้ ธาตุอาหารทั้งสองเสริมเข้าไปพร้อมปุ๋ย โดยเน้นให้ใช้น้อยๆ บ่อยๆครั้ง ผลที่ออกมาใครที่ใช้ประจำสม่ำเสมอต่อเนื่องไปตลอด ก็จะสามารถลดปัญหา ทั้งเรื่องดอกร่วง ผสมไม่ติด ผลร่วง ผลแตกเป็นที่น่าพอใจ แต่สิ่งที่เราได้ตามมาก็คือ ส้ม ๑ ผลมี ๘ กลีบ กลีบหนึ่งมี ๒ เมล็ด แต่เทียวนี้มีเมล็ดทั้ง ๘ กลีบ จะเห็นได้ว่าเมื่อเราทำเพื่อผลอย่างหนึ่ง ก็จะมีผลข้างเคียงอื่นๆตามมาด้วย บางครั้งก็เป็นข้อดี บางครั้งก็เป็นข้อเสีย เพียงแต่ว่าเราจะนำไปใช้อย่างไรและเลือกเอาผลลัพธ์แบบไหนที่เราต้องการมากที่สุด ผลข้างเคียงที่ติดมาบางครั้งก็คงเลี่ยงยาก
จากข้อมูลและผลที่ได้ในหลายๆพืชและเอกสารจากแหล่งต่างๆที่เราค้นคว้ามายืนยันประกอบ ทำให้เราบอกได้ว่า ธาตุอาหารที่เราแนะนำนั้นมีประโยชน์และความคุ้มค่าน่าใช้ ลองถามหาดูตามร้านค้าเคมีเกษตร รับรองว่าต้องมีทุกร้าน อาจจะมีสูตรแตกต่างไปบ้าง เพราะคนไทยเรานอกจากจะลอกเลียนแบบแล้ว เรายังรู้ว่าเกษตรกรผู้ใช้ส่วนใหญ่ชอบอะไรที่สูงกว่า มากกว่า ใหญ่กว่า จึงระบุบนฉลากว่ามีอะไรต่อมิอะไรสูงๆเข้าไว้ มากกว่าของคนอื่นๆ แล้วก็อ้างว่าดีกว่า ขายแพงกว่า สำหรับผมเองขอยืนยันว่าเราขายสูตรตามที่แจ้งไว้มากว่า ๓๐ ปี โดยยังมีคุณภาพและราคาเป็นที่ยอมรับ ไม่ต้องไปหาอะไรที่สูงกว่านี้ให้สื้นเปลือง เพราะว่ามากเกินไปใช่ว่ากล้วยไม้จะกินได้หมด
จะมีก็ในช่วงหลังที่เข้ามาแนะนำให้ใช้ในกล้วยไม้โดยเน้นไปที่กล้วยไม้หวายตัดดอก ซึ่งมีตลาดกว้างมีการใช้อย่างประจำสม่ำเสมอ สวนที่ใช้ต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายๆปี ก็พอใจกับผลที่ได้รับ ไม่ว่าเรื่องการเจริญเติบโต ความสมบูรณ์แข็งแรง ออกดอกดก ดอกใหญ่ สีสวยสดใส เวลาเปลี่ยนอากาศจำนวนดอกร่วงดอกฝ่อน้อย อายุปักแจกันนานขึ้น ไม้มีความทนทานต่อแล้ง ฝน หนาว ได้ดี และได้ปรับปรุงเป็นผลิตภัณท์ใหม่ที่มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเน้นไปที่ แคลเซียม แมกนีเซียม โบรอน พร้อมจุลธาตุต่างๆ พร้อมกันไป
ไนโตรเจน (ในรูปไนเตรท) 8% โพแทสเซียม 8% แคลเซียม 6% แมกนีเซียม 3% โบรอน 1% พร้อมจุลธาตุ สังกะสี เหล็ก แมงกานีส ทองแดง โมลิบดีนัม นิคเกิล
ผู้ผลิตได้ให้ข้อมูลไว้
ไนโตรเจน ในรูปไนเตรท เหมาะสำหรับพืชที่ปลูกในโรงเรือน ในที่พรางแสงหรือมีความเข้มแสงต่ำ พืชสะสมไว้และมีแสงไม่พอในการใช้ ไนเตรตจะไม่ก่อให้เกิดพิษกับพืช
ฟอสฟอรัส ในสูตรนี้ไม่มี เพราะว่าเราเน้น แคลเซียมสูง ถ้ามีฟอสฟอรัสในสภาพสารละลายเข้มข้น แคลเซียมจะจับกับฟอสฟอรัสเปลี่ยนเป็นแคลเซียมฟอสเฟต ตกตะกอนไม่ละลายน้ำพืชนำไปใช้ไม่ได้
โพแทสเซียม มีไว้เพื่อเสริมประสิทธิภาพของ แคลเซียมและแมกมีเซียม
แคลเซียมและแมกนีเซียม สัดส่วนเป็น 2:1 เป็นอัตราที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ที่สุด
โบรอน เพื่อให้ทำงานคู่กับแคลเซียม
จุลธาตุอื่นๆก็เพื่อความสมบูรณ์พร้อม ให้ธาตุอาหารทุกอย่างสามารถทำงานไปพร้อมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ขอยืนยันว่าถ้าต้องการความพร้อมในเรื่องติดดอก ออกผล ติดฝักติดเมล็ด ต้องไปหา แคลเซียมและโบรอนมาใช้พร้อมจุลธาตุ และควรจะใช้ประจำสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมความพร้อมของต้นไว้ตลอดเวลา รอจนออกดอกแล้วค่อยมาใช้มันก็ช้าเกินไป ช่วยอะไรไม่ได้มาก ข้อมูลวิธีการใช้แต่ละพืชยังมีอีกมาก ต้องลองดูเอง
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 24, 2012, 01:23:36 pm โดย surachais »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 13, 2012, 09:37:55 pm » |
|
หัวใจของธาตุอาหารต่างที่เราต้องรู้
ชื่อธาตุ(ทั้งไทยและอังกฤษ).....สัญญลักษณ์......น้ำหนักอะตอม(น้ำหนักตัว)......รูปที่พืชดูดไปใช้
คาร์บอน..........Carbon.................C.....................12...................................CO2 ออกซิเจน........Oxygen.................O.....................16...................................O2,...H2O ไฮโดรเจน........Hydrogen..............H......................1....................................H2O
ไนโตรเจน........Nitrogen...............N.....................14....................................NO3-,...NH4+ ฟอสฟอรัส........Phosphorus..........P......................31...................................H2PO4-,...HPO4-- โพแทสเซียม.....Potassium............K......................39...................................K+
แคลเซียม.........Calcium...............Ca....................40...................................Ca++ แมกนีเซียม.......Magnesium..........Mg....................24...................................Mg++ กำมะถัน...........Sulfur................S......................32.....................................SO3--,...SO4--
สังกะสี.............Zinc.....................Zn.....................65.5.................................Zn++ เหล็ก...............Iron.....................Fe.....................56....................................Fe++ แมงกานีส.........Manganese..........Mn.....................55....................................Mn++ โบรอน.............Boron..................B.......................11.....................................H3BO3 ทองแดง...........Copper................Cu.....................63.5..................................Cu++ คลอรีน............Chlorine...............Cl......................35.5..................................Cl- โมลิบดินัม........Molybdenum........Mo.....................96.....................................MO4-- นิคเกิล.............Nickel..................Ni......................58.7..................................Ni++
สิ่งที่เอามาแนะนำคือข้อมูลเบื้องต้นที่เราควรรู้ เรียกชื่อให้ถูก เขียนสัญญลักษณ์ให้เป็น รู้น้ำหนักตัวของแต่ละธาตุ จะช่วยให้เราคำนวณหา%เนื้อในองค์ประกอบได้ ธาตุเดี่ยวๆที่มีประจุ++เป็นกลุ่มโลหะสามารถทำเป็นรูปคีเลท(chelate)ได้ กลุ่ม +/- อื่นๆแสดงให้เรารู้ว่าเป็นกรดหรือด่าง และเป็นการสื่อให้เรารู้ว่าเค้าจะจับกันเป็นรูปแบบไหน
ปุ๋ย เป็นเกลือของธาตุที่เกิดจากกรดหรือด่างทำปฏิกิริยากัน ที่นิยมเอามาใช้ เช่น
...กรดเกลือ (HCl..... hydrochloric acid) เป็นเกลือคลอไรด์(chloride)
โพแทสเซียมคลอไรด์ (KCl .....0-0-60+Cl 47%)
...กรดฟอสฟอริค (H3PO4..... phosphoric acid) เป็นเกลือฟอสเฟต(phosphate) เช่น
โมโนแอมโมเนียมฟอสเฟต (NH4H2PO4..... 12-60-0) ไดแอมโมเนียมฟอสเฟต ((NH4)2HPO4...... 20-50-0) มโนโพแทสเซียมฟอสเฟต (KH2PO4............................ 0-52-34) ไดโพแทสเซียมฟอสเฟต (K2HPO4.............................. 0-42-56)
...กรดกำมะถัน (H2SO4 sulfuric acid) เป็นเกลือซัลเฟต(sulphate) เช่น
โพแทสเซียมซัลเฟต..... (K2SO4.......... 0-0-50+S 18%) แคลเซียมซัลเฟต..... (CaSO4..... Ca 29%+S 23%)
...กรดไนตริก (HNO3 nitric acid) เป็นเกลือไนเตรท(nitrate) เช่น
โพแทสเซียมไนเตรท (KNO3.......... 13-0-46) แคลเซียมไนเตรท (Ca(NO3)2.......... 15-0-0+Ca 19%) แมกนีเซียมไนเตรท (Mg(NO3)2.......... 11-0-0+Mg 10%)
เรื่องของปุ๋ยจริงๆแล้วก็ไม่ได้มีมากกว่านี้ ค่อยๆอ่าน ทำความเข้าใจไปทีละขั้น
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 13, 2012, 09:47:59 pm » |
|
รูปของปุ๋ยที่เราใช้กันทางการเกษตรหลักๆก็มี
๑. ปุ๋ยเม็ด (granular fertilizer) เป็นปุ๋ยที่ใช้ใส่ให้พืชทางดิน แม่ปุ๋ยที่ใช้เป็นเกลือคลอไรด์ เกลือฟอสเฟตและยูเรีย
๒. ปุ๋ยเกล็ด ปุ๋ยให้ทางใบ ปุ๋ยทางระบบน้ำ (foliar or fertigation fertilizer) เป็นปุ๋ยที่ละลายน้ำ แล้วฉีดพ่นไปบนพืชหรือให้ไปทางระบบรดน้ำ ปกติปุ๋ยเกล็ดโดยทั่วไปจะละลายน้ำได้ประมาณ ๔๐๐ กรัม/น้ำ ๑ ลิตร ที่ ๒๐ องศาเซลเซียส แม่ปุ๋ยที่ใช้เป็นเกลือฟอสเฟต เกลือซัลเฟต เกลือไนเตรตและยูเรีย
๓. ปุ๋ยน้ำ (liquid fertilizer) เป็นการใช้ปุ๋ยเกล็ดมาละลายน้ำ ใช้ฉีดพ่นหรือให้ไปทางระบบน้ำได้เหมือนกัน แต่เนื้อปุ๋ยในปุ๋ยน้ำจะต่ำกว่าปุ๋ยเกล็ด เพราะขึ้นอยู่กับความสามารถในการละลายตัวของแม่ปุ๋ยที่นำมาใช้ ข้อเสียเปรียบคือเนื้อปุ๋ยต่ำกว่า ต้องมีภาชนะบรรจุเฉพาะ เปลืองพื้นที่ในการขนส่ง ราคาต่อหน่วยเนื้อปุ๋ยแพงกว่า
๔. ปุ๋ยควบคุมการละลาย (control release fertilizer) เป็นการนำปุ๋ยเกล็ดมาเคลือบด้วยสารต่างเพื่อควบคุมการปลดปล่อยปุ๋ยออกมา โดยปกติทั่วไปจะปลดปล่อยมากน้อยขึ้นกับความชื้นหรืออุณหภูมิ เช่น ออสโมโคทขึ้นกับความชื้น เทอร์โมโคทขึ้นกับอุณหภูมิ
สูตรปุ๋ย
สูตรเอนกประสงค์ (All purpose).......20-20-20
สูตรไนโตรเจนสูง (High N)..............30-10-10.....28-14-14.....30-20-10
สูตรฟอสฟอรัสสูง (High P)..............10-52-17.....13-40-13.....15-30-15.....6-32-32
สูตรโพแทสเซียมสูง (High K)...........10-20-30.....16- 8-32.....16-21-27.....15-15-30
สูตรปุ๋ยมีมากกว่านี้เป็นร้อยสูตร แต่แยกเป็นกลุ่มหลักตามที่แสดงไว้
ความหมายของสุตรปุ๋ย
ปุ๋ยสูตร 20-20-20 หมายถึง ในเนื้อปุ๋ย...100.. กรัมมีปริมาณธาตุอาหารรวมทั้งหมด... 60.. กรัม แบ่งเป็น
ไนโตรเจน .......20.. กรัม... คิดจาก..........ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด.. (Total N).. ในรูปแอมโมเนียม.. ไนเตรท..และยูเรีย ฟอสฟอรัส........20.. กรัม... คิดจาก...........ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์.. (Available P2O5) โพแทสเซียม....20.. กรัม... คิดจาก...........ปริมาณโพแทสเซียมที่ละลายน้ำ.. (Water soluble K2O)
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 24, 2012, 01:24:29 pm โดย surachais »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 24, 2012, 01:31:15 pm » |
|
ผสมปุ๋ยใช้เองประหยัดกว่า หลังจากเราลองปรับสูตรปุ๋ยใช้กันแล้ว หลาย ๆ คนอาจจะอึดอัดใจเนื่องจากว่าไม่สามารถจะปรับสูตรให้ตรงกับความต้องการ ในที่นี้ขอแนะนำวิธีคำนวณให้ได้สูตรปุ๋ยตามที่เราต้องการ และสูตรสำเร็จที่จะนำไปใช้ ใครอยากจะได้สูตรพิเศษอย่างไรก็คำนวณใช้กันเอาเอง ส่วนคนที่มีปัญหาก็โทรมาคุยกัน ในการผสมปุ๋ยใช้เอง ขอให้ชั่ง ขอให้ตวงตามน้ำหนักที่ต้องการ เพราะการผสมปุ๋ยครั้งละมาก ๆ แล้วเก็บไว้ใช้อาจจะก่อให้เกิดปัญหา เนื่องจากแม่ปุ๋ยที่เรานำมาใช้ผสมส่วนใหญ่จะมีขนาดเม็ดไม่เท่ากัน เมื่อผสมแล้วทิ้งเอาไว้ แม่ปุ๋ยเม็ดละเอียดก็จะจมอยู่ก้นถุง แม่ปุ๋ยเม็ดใหญ่ก็จะลอยอยู่หน้า เวลาใช้ถ้าเราไม่คลุกเคล้าให้ดี ตักข้างบนก็ได้สูตรหนึ่ง ตักตรงกลางก็ได้สูตรหนึ่ง ตักข้างล่างก็ได้อีกสูตรหนึ่ง เพราะฉนั้นชั่งปุ๋ยให้พอใช้เป็นคราว ๆ ไปจะดีที่สุด แม่ปุ๋ยที่เรานำมาใช้ก็เป็นแม่ปุ๋ยเดียวกับที่เราใช้ปรับสูตรนั่นเอง ไหน ๆ ก็ต้องซื้อหาแม่ปุ๋ยมาแล้วก็ผสมใช้เองเสียเลย จะได้ประหยัดยิ่งขึ้นและยังทำสูตรได้ตามที่ต้องการอีกด้วย ขอทบทวนแม่ปุ๋ยที่เราจะใช้ ยูเรีย.....................................46 - 0 - 0 แอมโมเนียมซัลเฟต......................21 - 0 - 0 โมโนแอมโมเนียมฟอสเฟต.............12 - 60 - 0 โมโนโพแทสเซียมฟอสเฟต.............0 - 52 - 34 โพแทสเซียมไนเตรท.....................13 - 0 - 46 โพแทสเซียมซัลเฟต......................0 - 0 - 50 จากเรื่องธาตุอาหารของพืช เราได้รู้ว่า
รูปของไนโตรเจน พืชนำไปใช้มี 3 รูป คือ แอมโมเนียม ไนเตรท และยูเรีย ในสูตรปุ๋ยเราเรียกว่า ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด ( TOTAL N ) ส่วนฟอสฟอรัส เราคิดจาก..... ปริมาณของฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ ( AVAILABLE P2O5 ) โพแทสเซียม ก็มาจาก..... ปริมาณของโพแทสเซียมที่ละลายน้ำได้ ( WATER SOLUBLE K2O )
เราก็ดูว่าต้องการปุ๋ยสูตรอะไร ต้องใช้แม่ปุ๋ยอะไรบ้าง เราต้องการปุ๋ยสูตร 20-20-20 ก็เลือกแม่ปุ๋ยมาแล้วคำนวณ โดยให้คัดจากแม่ปุ๋ยที่มีความเข้มข้นสูงที่สุด - ลงไปหาตัวที่ต่ำที่สุด
เราเลือก 12-60-0 มา เพื่อจะมาคิดจำนวน P2O5 ให้ได้ 20 ปุ๋ย P2O5 60 กรัม มาจากแม่ปุ๋ย 12 - 60 - 0 = 100 กรัม ต้องการ ปุ๋ย P2O5 20 กรัม ต้องใช้แม่ปุ๋ย 12 - 60 - 0 = 100 x 20/60 = 33.33 กรัม เพื่อให้การชั่งง่าย ปัดเศษเป็นจำนวนเต็ม = 34.0 กรัม แต่ในแม่ปุ๋ย 12-60-0 มี N ในรูปแอมโมเนียมอยู่ด้วย แม่ปุ๋ย 12-60-0 100 กรัม มี NH4+-N = 12 กรัม แม่ปุ๋ย 12-60-0 34 กรัม จะได้ NH4+-N = 12 x 34/100 = 4.08 กรัม
.........................จำนวนกรัม...................N...........................P2O5...........K2O .............................................NH4+.....NO3-.....ยูเรีย 12 - 60 - 0............34.0............4.08.....................................20 จากนั้นก็มาดูตัว K2O เราใช้แม่ปุ๋ย 13-0-46 ปุ๋ย K2O 46 กรัม มาจากแม่ปุ๋ย 13 - 0 - 46 = 100 กรัม ต้องการ ปุ๋ย K2O 20 กรัม ต้องใช้แม่ปุ๋ย 13 - 0 - 46 = 100 x 20/46 = 43.08กรัม ปัดเศษให้เป็นจำนวนเต็ม = 44.0 กรัม ในแม่ปุ๋ย 13-0-46 มี N ในรูปไนเตรทอยู่ด้วย แม่ปุ๋ย 13-0-46 100 กรัม มี N-NO3- = 13 กรัม แม่ปุ๋ย 13-0-46 44 กรัม จะได้ N-NO3- = 13 x 44/100 = 5.72 กรัม
...........................จำนวนกรัม.................N..........................P2O5...........K2O ............................................NH4+.....NO3-.....ยูเรีย 12 - 60 - 0............34.0...............4.08..................................20 13 - 0 - 46............44.0.........................5.72..........................................20
เราได้ NH4+-N จาก 12-60-0 4.08 กรัม และได้ NO3- -N จาก 13-0-46 5.72 กรัม รวม = 9.80 กรัม ต้องการ N เพิ่มอีก 20 - 9.80 = 10.20 กรัม
ในที่นี้เราใช้ N ที่เหลือ จาก ยูเรีย 46-0-0 ปุ๋ย N 46 กรัม มาจากแม่ปุ๋ย 46-0-0 = 100 กรัม ต้องการ ปุ๋ย N 10.20 กรัม ต้องใช้ 46-0-0 = 100 x 10.20/46 = 22.17 กรัม ปัดเศษให้เป็นจำนวนเต็ม = 22.0 กรัม
............................จำนวนกรัม................N..........................P2O5...........K2O ..............................................NH4+.....NO3-.....ยูเรีย 12 - 60 - 0..............34.0.............4.08....................................20 13 - 0 - 46..............44.0........................5.72.............................................20 46 - 0 - 0................22.0....................................10.12
สำหรับปุ๋ย สูตร 20-20-20 จำนวน 100 กรัม
เราต้องใช้ แม่ปุ๋ย 12-60-0 จำนวน 34 กรัม แม่ปุ๋ย 13-0-46 จำนวน 44 กรัม และยูเรีย 46-0-0 จำนวน 22 กรัม
ถ้าเราต้องการปุ๋ยสูตร 20-20-20 กี่กิโลกรัมก็คูณเพิ่มเข้าไป
ในที่นี้ได้แนบสูตรปุ๋ยที่สอบถามดูแล้วว่าเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ มาเป็นตัวอย่าง ใครอยากได้อะไรพิเศษก็ลองคำนวณดูกันเอาเอง ใช้แล้วได้ผลประการใด อย่าลืมโทรมาบอกกันบ้าง จะได้ช่วยเผยแพร่ หรือใครใช้อยู่แล้วอยากจะบอกเพื่อน ๆ ว่าผสมปุ๋ยใช้เองดีอย่างไร ก็เขียนมาเล่ากันบ้าง
*** มีข้อมูลอยากบอก มีข้อสงสัยอยากถาม ก็โทรมาคุยกัน สุรชัย ซอปิติพร 08 1838 7587 บริการให้คำปรึกษา เรื่อง ดิน น้ำ ปุ๋ย โรค แมลง
........................ 12-60-0.....13-0-46.....46-0-0...............NH4+.......NO3-.....UREA 20-20-20............340............440...........220.................4.08.......5.72......10.12 21-21-21............350............460...........240.................4.20.......5.98......11.04 30-10-10............170............220...........550.................2.04.......2.86.......25.30 30-20-10............340............220...........500.................4.08.......2.86.......23.00 28-14-14............240............310...........460.................2.88.......4.03.......21.16 10-20-30............340............660........... - ..................4.08.......8.58......... - 15-15-30............250............660.............80.................3.00.......8.58.........3.68 16-8-32..............140............700...........120.................1.68.......9.10.........5.52 20-10-30............170............660...........210.................2.04.......8.58.........9.66 16-21-27............350............590.............90.................4.20.......7.67.........4.14 13-40-13............670............290..............50................8.04.......3.77.........1.38 10-30-20............500............440.............. - .................6.00.......5.72........... - 15-30-15............500............330............110................6.00.......4.29..........5.06 6-32-32..............540............640 (0-0-50).. - ..............6.48.......... - ............. - 10-52-10............870............200 (0-0-50).. - ............10.44.......... - ............. - 10-52-17............870............350 (0-0-50).. - ............10.44.......... - ............. -
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 24, 2012, 03:15:37 pm โดย surachais »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|